สัมผัสซูเปอร์สปอร์ตคาร์หรู ลัมโบร์กินี อูรุส และ ฮูราแคน อีโว สไปเดอร์ ในงาน Motor Expo 2019

47
0
Share:

สัมผัสซูเปอร์สปอร์ตคาร์หรู ลัมโบร์กินี อูรุส และ ฮูราแคน อีโว สไปเดอร์

ในงาน Motor Expo 2019

 

เรนาสโซ มอเตอร์ ในเครือชาริช โฮลดิ้ง ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย นำซูเปอร์สปอร์ตคาร์อย่าง “ลัมโบร์กินี อูรุส” Super SUV คันแรกของโลก และ “ลัมโบร์กินี ฮูราแคน อีโว สไปเดอร์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์เปิดประทุนอันทรงพลัง จัดแสดงในงาน Motor Expo 2019

คุณอภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ลัมโบร์กินีเป็นรถซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และมีสมรรถนะที่เร้าใจ ซึ่งทางเรนาสโซ มอเตอร์ ต้องการต่อยอดจุดแข็งของลัมโบร์กินี โดยการสร้างความแข็งแกร่งให้มีการพัฒนาและเติบโตในประเทศไทย ด้วยมาตรฐานบริการระดับโลกของโชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจร ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ บนพื้นที่ใช้สอย 5,000 ตร.ม. ดูแลการบริหารงานโดยทีมที่มีความรู้และประสบการณ์ในการดูแลรถซูเปอร์คาร์หรูมากว่า 20 ปี รวมถึงการตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ลัมโบร์กินีให้แข็งแกร่งผ่านการดำเนินกิจกรรมการตลาดที่สร้างสรรค์และกิจกรรมเพื่อสังคม รวมทั้งสื่อสารและสร้างการมีส่วนร่วมของกลุ่มผู้ซื้อเป้าหมายในงานอีเว้นท์ต่างๆ โดยเฉพาะการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ ซึ่งหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อช่วงปลายปี 2561 และต้นปี 2562 ที่ผ่านมา ทั้ง Urus และ Huracan EVO ได้รับการตอบรับที่ดีในประเทศไทย ในงาน Motor Expo ครั้งนี้ ทางเรนาสโซ มอเตอร์ จึงนำรถ Huracan EVO Spyder และ Urus มาจัดแสดง เพื่อให้ผู้เข้าชมงาน Motor Expo 2019 ได้สัมผัสกับยนตรกรรมระดับโลกจาก Sant’Agata ประเทศอิตาลี ตลอดระยะเวลา 12 วัน ซึ่งภายในงาน เรายังจัดให้มีโปรโมชั่นร่วมกับบัตรอเมริกัน เอ็กเพรสอีกด้วย”

สำหรับซูเปอร์สปอร์ตคาร์สุดหรูที่มาจัดแสดงภายในงาน ตั้งแต่ 29 ธ.ค. – 10 ธ.ค.62 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี มีดังนี้

  1. Lamborghini Huracán EVO Spyder (ลัมโบร์กินี ฮูราแคน อีโว สไปเดอร์)

ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ เครื่องยนต์ V10 Naturally-aspirated อันทรงพลังและได้รับการถ่ายทอดสมรรถนะการขับขี่มาจาก Lamborghini Huracan Performante (ลัมโบร์กินี ฮูราแคน เพอร์ฟอร์มานเต้) ด้วยพละกำลังสูงสุด 640 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ช่วยให้ฮูราแคน อีโว สไปเดอร์ ทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 3.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ดีไซน์ตัวถังด้วยอลูมิเนียมผสมกับคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเพียง 1,542 กิโลกรัม โดยระบบเปิดปิดหลังคาไฟฟ้าของ Huracán EVO Spyder มาพร้อมกับหลังคาผ้าใบน้ำหนักเบา ที่สามารถเปิดหลังคาโดยใช้เวลาเพียง 17 วินาที เเละยังสามารถเปิดขณะขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตร / ชั่วโมง

Huracán EVO Spyder พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไร้ซึ่งขีดจำกัด ด้วยระบบ LDVI สามารถคาดการณ์การเคลื่อนไหวของตัวรถ พร้อมควบคุมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อและระบบเลี้ยวสี่ล้อ เพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วและขับขี่ง่ายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีระบบ Infotainment (อินโฟเทนเมนท์)ใหม่ที่มาพร้อมฟีเจอร์การเชื่อมต่อมากยิ่งขึ้น

  1. Lamborghini Urus (ลัมโบร์กินี อูรุส)

Super SUV คันแรกของโลก ที่ถ่ายทอด DNA ของลัมโบร์กินีอย่างแท้จริง ผสมผสานกับความเอนกประสงค์ของรถ SUV ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะอันทรงพลัง ที่มาพร้อมกับนิยามว่า “SINCE WE MADE IT POSSIBLE” ด้วยเครื่องยนต์ V8 Twin-turbo ให้พละกำลัง 650 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ที่มาตั้งแต่รอบต่ำ ส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ไปยังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ ชม. ในเวลาเพียง 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดกว่า 300 กม./ ชม. ดังนั้น อูรุสจึงมาพร้อมจานเบรกแบบคาร์บอนเซรามิกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาด 440 มม. ในด้านหน้า และขนาด 370 มม.ในด้านหลัง ทำให้ระยะเบรกจาก 100-0 กม./ ชม. มีระยะเพียง 33.7 เมตรเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมความดุดันของอูรุสผ่าน Tamburo – Lamborghini driving dynamics control ได้ถึง 4 โหมด และยังปรับแต่งรูปแบบการขับขี่ได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ผ่าน EGO mode นอกจากนี้ ยังสามารถติดตั้งโหมดพิเศษเพิ่มเติม อย่างโหมด Terra (ออฟโรด) และโหมด Sabbia (ทะเลทราย) ที่ช่วยให้ทุกเส้นทางเป็นเรื่องสนุกสำหรับคุณ

ทั้งนี้ สำหรับท่านที่สนใจครอบครองซูเปอร์สปอร์ตคาร์ลัมโบร์กินีทุกรุ่น ทางเรนาสโซ มอเตอร์ ร่วมกับบริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส มอบสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกบัตรแพลทินัม อเมริกัน เอ็กซ์เพรส ที่จองรถลัมโบร์กินีเป็นจำนวนเงิน 2,000,000 บาท ผ่านบัตรแพลทินัมอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ในงาน Motor Expo 2019 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี รับโบนัส 1,000,000 คะแนน สำหรับสะสมเม็มเบอร์ชิป รีวอร์ด หรือเทียบเท่าตั๋วเครื่องบัตรโดยสารการบินไทยไปกลับ กรุงเทพฯ-ลอนดอน ชั้นธุรกิจ จำนวน 4 ใบ ตั้งแต่ 29 พ.ย. – 10 ธันวาคม 2562

 

############

Share: