‘ไชน่า แมชชีน’ ฉลองยอดขายทะลุพันคัน โตปีละเท่าตัว จาก 0 ถึง 1800 ล้านใช้เวลาเพียง 3 ปี

413
0
Share:

‘ไชน่า แมชชีน’ ฉลองยอดขายทะลุพันคัน โตปีละเท่าตัว
จาก 0 ถึง 1800 ล้านใช้เวลาเพียง 3 ปี

‘ไชน่า แมชชีน’ ชี้เติบโตสวนกระแสฉลองยอดขายแบรนด์ XCMG ทะลุ 1,000 คัน พร้อมยันปีนี้เติบโตอีกเท่าตัว แตะ 4 พันล้านบาท พร้อมเร่งขยายศูนย์บริการหลังการขายครอบคลุม 20 แห่งทั่วไทย

นายเฉิน ปิง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไชน่า แมชชีน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องจักรกลหนักระดับโลก ภายใต้แบรนด์ XCMG (Xuzhou construction machinery group) ซึ่งเป็นแบรนด์เครื่องจักรกลหนักอันดับ 3 ของโลก และอันดับ 1 ของจีน โดยดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2561 ถึงปัจจุบันก้าวสู่ปีที่ 4 โดยบริษัทฯ ทำตลาดหลักในกลุ่มรถขุด เครื่องจักรทำถนน รถเครน เป็นหลักและบริษัทฯ มียอดขายการเติบโตก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง ส่วนกระแสแม้แต่ในช่วงเศรษฐกิจประเทศย่ำแย่ด้วยสถานการณ์โควิด19 โดยในปีนี้จัดงานครั้งใหญ่ฉลองยอดขายทะลุ รวมสะสมครบ 1,000 คันในปี 2564 ที่ผ่านมา

การทำตลาดเครื่องจักรกลหนักแบรนด์ XCMG ในประเทศไทย ที่ทำให้บริษัทฯ ประสบความสำเร็จในระยะเวลาอันสั้น มาจากปัจจัยหลักประกอบด้วย แบรนด์ XCMG ความหลากหลายของเครื่องจักรกลที่ตอบสนองความต้องการในการก่อสร้างทุกประเภท เรามีความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารการทำตลาดร่วมกันระหว่างโรงงานบริษัทแม่ในประเทศจีน พร้อมผู้บริหารที่มีประสบการณ์ในวงการธุรกิจของเครื่องจักรกลหนัก และความเข้าใจการทำตลาดในไทยเป็นอย่างดี

ทั้งนี้จากทิศทางดังกล่าว ในปี 2565 นี้ บริษัทฯ ได้วางแผนการทำตลาดแบรนด์ XCMG เชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยเปิดตัวรถขุด XCMG รุ่นพิเศษ XE205D สีขาว ซึ่งมีแค่เฉพาะเราที่มีขายเท่านั้น รถโม่ผสมคอนกรีตที่นำนวัตกรรมของ SCHWING Stetter ผู้คร่ำหวอดในวงการรถผสมคอนกรีตระดับชั้นแนวหน้าของโลก จากประเทศเยอรมัน และ รถขุด XCMG รุ่น XE135D โดยรถขุดรุ่นนี้ออกแบบพัฒนาโดย XCMG และ Cummins แรงบิดสูงที่ความเร็วต่ำและประหยัดเชื้อเพลิงสูง สามารถลดการใช้เชื้อเพลิงได้ถึง 7%

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ไฮไลท์ของเราเตรียมเปิดตัวเครื่องจักรกลหนักไฟฟ้า 100% เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทแม่ (Go Green) และสร้างความยั่งยืนในอุตสาหกรรมสีเขียว แต่รายละเอียดจะขอเก็บไว้ก่อน

สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดในปีนี้ บริษัทฯ มุ่งให้ความสำคัญในการทำตลาดออนไลน์และออฟไลน์ ควบคู่กันไปโดยเฉพาะการใช้โซเชียลมีเดีย มาร่วมสื่อสารการตลาดไปยังกลุ่มเป้าหมายลูกค้าองค์กรในภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้าง เช่น ผู้รับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มลูกค้าทั่วไปในภาคเกษตร เช่น ผู้ทำสวนทุเรียน, สวนยางพารา, ปลูกป่า เกษตรกรขุดบ่อเลี้ยงปลา เป็นต้น โดยคิดเป็นบริษัทก่อสร้าง อัตราส่วน 60% และ บุคคลธรรมดา อัตราส่วน 40%

“อีกหนึ่งความสำเร็จ ของบริษัทฯ เราได้การทำตลาดออนไลน์ภายใต้แบรนด์ XCMG by China Machine ผ่านโซเชียลมีเดีย และแพล็ตฟอร์มต่างๆ โดยใช้พนักงานขายของบริษัทฯ เป็นผู้นำเสนอขายสินค้าเองหมด ทั้งการไลฟ์ การทำคลิปวิดิโอสั้นแนะนำสินค้า เพื่อสร้างการจดจำระหว่างตัวของพนักงานเองกับลูกค้า ทั้งนี้พนักงานจะได้ทำความเข้าใจในสินค้าหรือผลิตภัณฑ์และพัฒนาศักยภาพของตนเองอีกด้วย และสุดท้ายก็จะทำให้แบรนด์มีความกระฉับกระเฉงตลอดเวลา” นายเฉิน กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังวางแผนขยายสำนักงานให้ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการทั่วประเทศได้ครบ 20 สาขาเพื่อขยายศูนย์บริการหลังการขายเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่มากขึ้นในปีนี้ จากปัจจุบันบริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินการเองจำนวน 11 สาขา และเป็นของตัวแทนขายจำนวน 7 สาขา โดยสาขาใหม่ที่บริษัทฯ เตรียมเปิดในพื้นที่จังหวัดชุมพร, พิษณุโลก, สมุทรสงคราม และพื้นที่ย่านสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ ซึ่งจะพัฒนาภายใต้แนวคิด Display Training Center รวมทั้งจะทำเป็นโชว์รูมและศูนย์ฝึกอบรมคนขับเครื่องจักรกลหนักโดยเฉพาะ เพื่ออบรมพนักงานทีมช่างให้มีความชำนาญมากขึ้นและในขณะเดียวกันเพื่อตอบแทนสังคมคนทั่วไปสามารถเข้ามาฝึกอบรมพร้อมรับใบเซอร์ฯ เพื่อเพิ่มโอกาสในการใช้งานและในส่วนศูนย์ฝึกอบรมคาดว่าจะทำการเปิดตัวในเดือนพฤษภาคมปีนี้

นายเฉิน กล่าวว่า แนวทางดังกล่าวเพื่อรองรับตลาดอุตสาหกรรมหนักของไทยในภาพรวม ที่เติบโตต่อเนื่อง ตามภาคอุตสาหกรรมการก่อสร้างของประเทศแม้ในบางช่วงจะประสบภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ภาครัฐ-เอกชนยังผลักดันงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา รวมถึงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 แต่ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ด้วยอุตสาหกรรมหนักยังมีความต้องการสินค้าสูง จนผลักดันให้กลุ่มรถขุด รถตัก ฯลฯ ในภาพรวมมีการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 20% ในปี 2564

จากแนวโน้มดังกล่าว บริษัทฯ วางเป้าหมายในปี 2565 มีอัตราการเติบโตยอดขายเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวจากปีก่อน หรือมียอดขายไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาท พร้อมส่วนแบ่งตลาดไม่ต่ำกว่า 14-15% โดยผลักดันให้บริษัทฯ สามารถฉลองยอดขายได้ 2,000 คันในปีนี้ และคาดว่าจะขึ้นเป็นผู้นำตลาดอันดับ 2 ของไทยได้ภายใน 3-4 ปีข้างหน้านับจากนี้ ปัจจุบันบริษัทฯ มีส่วนแบ่งการตลาดราว 8% เป็นอันดับ 5 จากผู้เล่นในตลาดที่มีอยู่กว่า 10 ราย โดยปีที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายกว่า 1,800 ล้านบาท

************************************

ข้อมูลเพิ่มเติม 

บริษัท ไชน่า แมชชีน (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนผู้จัดจำหน่ายเครื่องจักรกลหนักระดับโลก สัญชาติจีน ภายใต้แบรนด์ XCMG (Xuzhou Construction Machinery Group) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยสินค้าหลักที่ บริษัท ไชน่า แมชชีน (ประเทศไทย) จำกัด นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ได้แก่ รถขุด เครื่องจักรทำถนน (รถบด รถเกรด รถปูยางมะตอย โรงผสมยางมะตอย รถขูดผิวถนน Cold Recycler รถไสผิวถนน รถดันดิน) เครน (ทรัคเครน เครนตีนตะขาบ รถยกตู้คอนเทนเนอร์) เครื่องจักรคอนกรีต (ปั๊มคอนกรีต รถโม่ปูน โรงผสมคอนกรีต เครื่องจักรฐานราก รถเจาะเสาเข็ม รถร้อยสายใต้ดิน ไปป์แจ็คกิ้ง TBN) เครื่องจักรเหมืองแร่ รถกระเช้า รวมถึงทั้งเครื่องจักรเฉพาะทางที่ใช้ในการสร้างทางรถไฟ สะพานและอุโมงค์  และมีทีมงานบริการหลังการขายที่คอยแนะนำให้คำปรึกษาลูกค้า มีทีมช่างไทยคุณภาพที่มากด้วยฝีมือและประสบการณ์ คอยให้บริการควบคู่กับช่างผู้เชี่ยวชาญที่ถูกส่งตรงมาจากโรงงาน XCMG ประเทศจีน  ปัจจุบัน บริษัท ไชน่า แมชชีน (ประเทศไทย) จำกัด มีสาขาให้บริการครอบคลุมไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศกว่า 17 สาขา ได้แก่

ภาคเหนือสาขาเชียงราย / สาขาเชียงใหม่ / สาขาลำปาง / สาขาพะเยา

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ:  สาขาขอนแก่น / สาขานครราชสีมา / สาขาสุรินทร์

ภาคกลาง: สาขาพระนครศรีอยุธยา / สาขาสุวรรณภูมิ / สาขาฉะเชิงเทรา / สาขาสมุทรสงคราม

ภาคตะวันออกสาขาชลบุรี / สาขาระยอง / สาขาจันทบุรี

ภาคใต้สาขานครศรีธรรมราช / สาขาตรัง / สาขาสงขลา

 

 

Share: