คปภ. ผนึกรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ลงพื้นที่ป่าตอง สำรวจความเสียหายจากอุทกภัย – ดินโคลนถล่ม พร้อมตรวจเยี่ยมจุดลงทะเบียนผู้ประสบภัย ประสานภาคธุรกิจประกันภัยเร่งดูแลสิทธิและจ่ายค่าสินไหมทดแทนอย่างทั่วถึง

คปภ. ผนึกรองผู้ว่าฯ ภูเก็ต ลงพื้นที่ป่าตอง สำรวจความเสียหายจากอุทกภัย – ดินโคลนถล่ม พร้อมตรวจเยี่ยมจุดลงทะเบียนผู้ประสบภัย ประสานภาคธุรกิจประกันภัยเร่งดูแลสิทธิและจ่ายค่าสินไหมทดแทนอย่างทั่วถึง
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) มอบหมายให้นางสาววิไลรัตน์ แสงแก้ว ผู้ช่วยเลขาธิการ สายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค ลงพื้นที่ร่วมกับนายสุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งนำคณะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์และสำรวจความเสียหายของประชาชนและผู้ประกอบการจากเหตุอุทกภัยและดินโคลนถล่มเมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมตรวจเยี่ยมจุดรับลงทะเบียนช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมและดินโคลนถล่มของเทศบาลเมืองป่าตอง เพื่อรับทราบปัญหาและอุปสรรคในการให้บริการประชาชน โดยสำนักงาน คปภ. มุ่งประสานการตรวจสอบความเสียหาย การแจ้งเคลม และการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับสิทธิความคุ้มครองอย่างรวดเร็วและทั่วถึง โดยมีนางลลิตา มณีศรี นายกเทศมนตรีเมืองป่าตอง นางสาวดวงพร เฉินบำรุง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต นายธนาศักดิ์ จันทร์ตระกูล ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. ภาค 8 (สุราษฎร์ธานี) นางสาวกาญจนา ศรีรักษา ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยผู้แทนสมาคมประกันวินาศภัยไทย บริษัทประกันภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมปฏิบัติงานในพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต
เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับจังหวัดภูเก็ต กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต เทศบาลเมืองป่าตอง สมาคมประกันวินาศภัยไทย และบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อสำรวจความเสียหายของที่อยู่อาศัย ทรัพย์สิน และ สถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม โดยพบความเสียหาย ทั้งบ้านเรือน ร้านค้า และอาคารที่พักอาศัย นอกจากนี้ ยังมีกำลังพลจากกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 ร่วมสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่และจัดทำแนวป้องกันดินเพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ
พร้อมกันนี้ยังได้ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงาน ณ จุดรับลงทะเบียนช่วยเหลือผู้ประสบภัยของเทศบาลเมืองป่าตอง เพื่อติดตามขั้นตอนการให้บริการ รับทราบปัญหาอุปสรรคในการลงทะเบียน และประสานการช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามความคุ้มครองที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยอย่างครบถ้วน โดยสำนักงาน คปภ. ได้ประสาน บริษัทประกันภัยในพื้นที่ เข้าตรวจสอบข้อมูลความเสียหายและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงติดตามความคืบหน้าการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทน เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถเข้าถึงความคุ้มครองได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง ภายใต้หลักการ “ทุกสิทธิต้องไม่ตกหล่น”
เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักเกณฑ์การจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจากอุทกภัย กำหนดการจ่ายเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกเป็นการจ่ายค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายเบื้องต้น จำนวน 10,000 บาท ภายใน 15 วัน เมื่อเป็นไปตามหลักเกณฑ์และได้รับเอกสารหลักฐานครบถ้วน เพื่อช่วยบรรเทา ความเดือดร้อนและเป็นเงินในการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย ส่วนระยะที่สองเป็นการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมตาม ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ภายในวงเงินไม่เกิน 90,000 บาท ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับเอกสารหลักฐานประกอบการพิจารณาครบถ้วน โดยรวมวงเงินคุ้มครองสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
นอกจากนี้ กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติยังให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากภัยพิบัติที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ โดยจะได้รับเงินค่าสินไหมทดแทนจำนวน 2,000,000 บาทต่อคน และกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง จำนวน 200,000 บาทต่อคน โดยวงเงินความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตและทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงรวมกันไม่เกิน 2,000,000 บาทต่อคน ทั้งนี้ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ
สำหรับข้อมูลการลงทะเบียนแจ้งเคลมประกันภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2569 พบว่ามีการแจ้งเคลมรวมทั้งสิ้น 181 รายการ แบ่งเป็นอำเภอกะทู้ 130 รายการ อำเภอเมืองภูเก็ต 44 รายการ และอำเภอถลาง 7 รายการ โดยสำนักงาน คปภ. จะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัทประกันภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตาม ความคืบหน้าการตรวจสอบความเสียหายและการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ประชาชนตามสิทธิและเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ พร้อมติดตามปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงานเป็นรายกรณี เพื่อให้ประชาชนได้รับ ความคุ้มครองอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และทั่วถึง ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสามารถแจ้งขอรับสิทธิ ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติได้ผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ 1. เว็บไซต์ www.thainatcat.org 2. LINE Official Account @ThaiNATCAT 3. ศูนย์บริการลูกค้า โทรศัพท์ 02-012-5555 และ 4. จุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่ประสบภัย โดยเจ้าหน้าที่จะให้ความช่วยเหลือในการลงทะเบียนและกรอกข้อมูลสำหรับประชาชนที่ไม่สะดวกใช้งาน ระบบออนไลน์หรือไม่มีสมาร์ตโฟน เพื่อให้สามารถเข้าถึงสิทธิความคุ้มครองได้อย่างทั่วถึง
สำนักงาน คปภ. ให้ความสำคัญกับการดูแลสิทธิประโยชน์ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยมอบหมายให้สำนักงาน คปภ. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ที่เกิดภัยพิบัติอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานการทำงานร่วมกับจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ สมาคมประกันวินาศภัยไทย และบริษัทประกันภัย เพื่อให้การสำรวจความเสียหายและการพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม รวมทั้งประสานบริษัทประกันภัยให้ดูแลการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายส่วนที่เกินจากวงเงินคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ ในกรณีที่ประชาชนมีกรมธรรม์ประกันภัยอื่นที่ให้ความคุ้มครองเพิ่มเติม เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับสิทธิประโยชน์ตามความคุ้มครองที่มีอยู่อย่างครบถ้วน หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสิทธิ ความคุ้มครอง หรือประสบปัญหาในการแจ้งเคลมและเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน สามารถติดต่อขอคำแนะนำและ ความช่วยเหลือได้ที่สำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่านสายด่วน คปภ. 1186 และ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้”



